More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  S-E-E-N-A-MPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

S-E-E-N-A-M

กู มี นาม ว่า สีน้ำ

อึ๊บ อึ๊บ*-*สีน้ำ*-*อิ อิ

View spaceSend a message
Occupation:
Age:
Interests:
คุยเก่ง กินทางปาก ขี้ทางก้น อยากมีเพื่อนเป็นคน อยากมีแฟนเป็นมนุด เป็นคนสนุก ร่าเริง ยิ้มหวาน ที่สำคัญ อ้วนแบบมีเสน่ห์
No list items have been added yet.
เข้ามาเยี่ยมกันหน่อยนะขอร้องละ
  • View space
    ~*มิคา!oa*~
    October, 2007 8:33 AM

    e สัส นํา นี่กุ เอง แพร มาตั้งสแปชเมื่อใดวะ    เปรตจิงนะมิง    รักมึงนะสัส

  • View space
    H A J I
    October, 2007 5:13 AM
    ว้าว ว้าว! อัพสเปชใหม่สวยอ่ะ อิอิ bg น่าร้ากกกเหมือนคนทำเลยนะ
    ปิดเทอมก้อคิดถึงกันบ้างนะค่ะน้องสาวคนสวย
  • View space
    H A J I
    September, 2007 5:21 AM
    แวะมาเยี่ยมนะคะน้องสาวคนสวย พี่เปนคนไม่ชอบอ่านอ่านะ หนูเขียนเยอะมากเลย แต่ก้อดูผ่านๆ อะนะ เขียนเก่งนะเรา รักน้องเสมอนะ อิอิ
  • View space
    :. w_[o]_u .:
    September, 2007 3:54 AM
    วันนี้BG.สเปชเจ้สีฉูดมากนะ
    ว่างๆเด๋วสอนให้ทำสไลด์อ่า
    ทำงานอาจารย์อาร์ตก่อนน้า GooD Night.
    -3- JooB Joo
  • View space
    :. w_[o]_u .:
    September, 2007 1:41 PM
    อยากกิงสะตอ กะ คั่วกลิ้ง อิก
    ^__^ JooB JooB
More...
View space
50-50
View space
. o O p i k z O o .
View space
G[i]gG[Õ]x
View space
H A J I
View space
[[ woa ]]
View space
ฝ้าย
View space
Chivas_u[Z]
View space
S_ee_fa_h
View space
นาย โอ คับ
View space
ฉ้านคนนี้ที่ร๊ากเทอ
View space
m o ` j u n g ~

วันเวลา........เร็วจัง

เรามาอยู่ที่นี้ได้เทอมหนึ่งแล้ว
ไม่น่าเชื่อ ทำไมเวลาผ่านไปเร็วจังตอนนี้เรามาเรียนที่สารคามได้
1 เทอมก็ประมาณ 4 เดือน เร็วจัง เรายังไม่ทำความรู้จักกับสารคามหมดทุกซอกเลย
ไปไหนมาไหนคนเดียวก็หลง มึน  ไปเที่ยวผับยังไม่ครบเลย
ยังไม่เคยดูหนังที่ เสริมไทยเลย  อิอิ  น่าอายเนอะ
เพื่อนๆที่นี้ให้ความอบอุ่นดีจึงทำให้ดูเหมือนเวลา 4 เดือนผ่านไปเร็วมาก
ทำให้เราไม่คิดถึงบ้านมากมาย แม้จะคิดถึงทุกวันก็ตาม 
ขอบคุณ นะเพื่อนๆๆที่อยู่กันมา  คอยทำให้เรายิ้มได้เสมอๆ
เมาแล้วก็ร้องให้ แต่เพื่อนก็ทน  คิดถึงบ้านก็คอยปลอบ
คอยถามเสมอว่าเป็นไงบ้าง  คอยพาไปกิน ชิม อะไรแปลกๆ
แม้ยังไม่ได้เจออากาศหนาวแต่ก็เริ่มรู้สึกว่าหนาวแล้ว
เราไม่เคยเจออากาสหนาวมาก่อน  เป็นบุญจริงๆที่มาเรียนที่นี้และก็ได้
เจอกับอากาศหนาว    จะเป็นยังไงน้อ    ยังคิดไม่ออก 
ประสบการณ์มากมายที่ได้เจอ  ตั้งแต่ก้าวแรก จนมาสิ้นเทอม
ของปี ที่ 1  เทอม 1  เฮ้ย!  เร็วจัง
แล้ว จะได้กลับบ้านวันไหน  กลับไป ก็คงคิดถึง แต่ มมส. 
สื่อสิ่งพิม ห้องแดง เพื่อน อย่างแน่นอน
ยังไงก็ต้องไปล่องใต้สัก  อาทิตย์ เพื่อให้หายคิดถึงใต้เหมือนกัน
และเราก็จะกลับมาทำความรู้จักกับ สารคามอย่างจริงจัง
จะเที่ยวให้ครบเลย  เพื่อนๆ ก็อย่าลืมกลับมาเจอกัน เด้อ 
(พูดภาษาอีสานได้แล้วนะ)

รักต้องอยู่ด้วยกันตลอดเติบโต..........

หลายคนคงมีความรักอยู่แน่เลยในตอนนี้

ความรักคืออะไร

ข้าพเจ้าตั้งคำถามกับตัวเองหลายครั้งว่า ความรัก  คืออะไร

และมันเป็นสิ่งที่ดีต่อข้าพเจ้าหรือไม่  แต่ข้าพเจ้าก็จะได้คำตอบกลับมาว่า  แล้วใครละที่รักข้าพเจ้า

ในที่นี้หมายถึงคู่รัก คงไม่ต้องพูดถึง พ่อแม่ครอบครัว เพราะนั้นคงเป็นที่รักที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต

ณ ตอนนี้ข้าพเจ้ายังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้ว่า ความรัก คืออะไรและข้าพเจ้าพบรักแล้วหรือยัง

แต่มีคนหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้า รู้สึกว่า  ข้าพเจ้ากินข้าวไม่ได้ถ้าเขาไม่สบาย

ข้าพเจ้านอนไม่หลับ ถ้าเขาไม่โทมา  ข้าพเจ้าไม่อยากเรียนถ้าเขาไม่ไปเรียน  ข้าพเจ้าอยากร้องให้เวลาเขาไม่ง้อ

แต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่า นี้ไม่ใช่ รัก แต่เป็นความเหงามากกว่า   ข้าพเจ้ายังคง เดินทางและอยากเรียนรู้กับความรักไปเรื่อยๆ

ไม่อยากตายตัวว่า ตอนนี้ข้าพเจ้าได้เจอคนรักแล้ว เพราะข้าพเจ้ารัก แต่ไม่รู้ว่ารักนั้นเป็นเช่นไร 

รักของข้าพเจ้ายังไม่ดีพอ ข้าพเจ้ายังรักแบบการครอบครอง และข้าพเจ้าเชื่อว่าความรักแบบการครอบครองไม่ใช่

"รักแท้" 

อย่างแน่นอน  เราเดินทางตามหาความรักอย่างมีความสุขดีกว่า

ดีกว่าจะมารักลมแล้งๆ ไปวันๆ

จดจำวันเวลาดีๆๆ แบบนี้ตลอดไป

ว่ามั้ย   คนเรา มักมีเรื่องที่อยากจดจำต่างกันไป  แต่สำหรับเราแล้ว

 "เพื่อน"  คือสิ่งที่น่าจดจำเป็นที่สุด  เพราะมิตรภาพดีๆ  ที่มีให้กันแบบจริงใจ หาได้ยากยิ่ง  

 และเมื่อเราได้มาเรียนรู้จากต่างบ้านเช่นนี้ อีกสิ่งที่เรายังได้มันกลับไปอีกด้วย

                   นั้นคือ  มิตรภาพ  ของ คำว่า  "เพื่อน"  ที่ไม่มีวันเลือนหายไปได้

รัก "เพื่อน"   วะ 

พวกกรู  เด็ก สื่อสิ่งพิมพ์  นะโว้ย

 

 

 

 

ลองอ่านดนะ

แบบทดสอบที่จะทำให้คุณรู้สึกดี

      ในดึกคืนหนึ่งที่ฝนตกฟ้าคะนองขนาดหนักมากและคุณกำลังขับรถกลับบ้าน ขณะที่ขับผ่านป้ายรถเมล์ป้ายหนึ่ง คุณพบคน 3 คน กำลังรอให้ฝนหยุดตก เพราะดึกเกินกว่าที่จะมีรถเมล์วิ่งแล้ว

                     คน 3 คนนั้น คือ

1.หญิงชราที่กำลังป่วยและต้องการการรักษาด่วน มิฉะนั้นเธออาจจะตายได้

2.หมอ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตคุณไว้

3.ผู้หญิง/ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนของคุณ และคุณรักเธอ/เขา

            คำถามมีอยู่ว่า รถคุณเป็นแบบนั่งได้แค่ 2 คน  ดังนั้นคุณจะรับคนไปด้วยได้อีกแค่คนเดียวเท่านั้น คุณจะรับ  ใครไปด้วย และให้เหตุผลที่ตัดสินใจอย่างนั้นว่าอย่างไร

 

เอาละ

 เหตุผลข้างล่างนี้เป็นเหตุผลของคนเกือบทุกคน

 

   1.ถ้าคุณตอบว่า รับคนแก่

เหตุผลก็เพราะเขากำลังจะตาย ถ้าคุณรับไปก็เท่ากับช่วยชีวิตคนได้

   2. ถ้าคุณตอบว่า รับหมอ

เหตุผลก็เพราะเขามีบุณคุณกับคุณ และนี่คือเวลาที่จะตอบแทนได้บางส่วน

   3. ถ้าคุณตอบว่า รับแฟนคุณ

เหตุผลก็เพราะเธอ/เขา เป็นคนที่คุณรัก

 

 แต่คุณจะอมยิ้มกับคำเฉลย

        คุณสามารถให้กุญแจรถกับหมอ ให้หมอพาคนแก่ไปโรงพยาบาลและคุณก็อยู่ที่ป้ายรถเมล์นั้นกับคนที่คุณรัก

 

ข้อคิดของเรื่องนี้คือ

        คนเรามักยึดติดและไม่ยอมปล่อยผลประโยชน์ตรงหน้า(กุญแจรถและการกลับบ้าน) ทำให้เรามองอะไรด้วยมุมมองที่แคบลง จะเห็นได้ว่าการมอบกุญแจรถให้หมอ นอกจากจะได้ตอบแทนบุญคุณ(หมอก็คงไม่ยึดรถไปเป็นของตัวเองหรอก ภายหลังก็เอามาคืน) เรายังได้ช่วยชีวิตหญิงชราแถมได้อยู่กับคนที่เรารักแบบสองต่อสอง เรียกได้ว่า เสียไปแค่ไม่ได้กลับบ้านในตอนนั้น แต่เราได้บรรลุวัตถุประสงค์อีกหลายอย่างได้

         ก่อนจากไปขอความคิดเห็นและโหวตให้ด้วยนะคะ
 

ทำไมเราถึงเป็นเช่นนี้

ในวันแรกที่พระเจ้าสร้างโลก พระเจ้าได้สร้างวัวขึ้นคู่หนึ่ง และบอกกับวัวว่า

'วันนี้เราได้สร้างเจ้าขึ้น ในฐานะของวัว เพื่อทำงานหนักกลางทุ่งนา
ท่ามกลางแสงแดดจ้าทั้งวัน แล้วเราจะให้เจ้ามีชีวิตยืนยาว 50 ปี'

วัวย้อนกลับว่า 'ชีวิตที่ยากลำบากเช่นนี้ จะให้มีอายุยาวถึง 50 ปีน่ะหรือ?
ฮึ! เมินเสียเถอะ ขอแค่มีอายุเพียง 20 ปี ก็พอแล้วล่ะ เอาคืนไปเลย 30 ปี ถ้าได้ก็โอเค'

และพระเจ้าตอบตกลง
วันต่อมา พระเจ้าสร้างสุนัขขึ้น และบอกกับมันว่า
'เราสร้างเจ้าขึ้น ในฐานะของสุนัข หน้าที่ของเจ้าคือ
นั่งอยู่ที่ประตูบ้านและเห่าเมื่อมีคนเข้ามา แล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืนถึง 20 ปี'

สุนัขได้ฟัง ก็พูดขึ้นว่า 'นั่งเฝ้าหน้าประตูบ้าน 20 ปี!
ช่างเป็นชีวิตที่น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ ขอคืนชีวิต 10 ปีก็แล้วกัน'

พระเจ้าตอบตกลง
วันต่อมา พระเจ้าสร้างลิงขึ้น และบอกกับลิงว่า
'เราสร้างเจ้าขึ้น ในฐานะของลิง หน้าที่ของเจ้าคือ สร้างความสนุกสนาน
และใช้เล่ห์เหลี่ยมของลิง หลอกล่อคนให้หัวเราะ แล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืน 20 ปี'

ลิงได้ฟัง จึงตอบว่า 'อะไรนะ..ทำให้คนหัวเราะ ทำหน้าลิง และเล่ห์กลต่างๆ ตั้ง 20 ปี นะเหรอ?
ไม่เอาด้วยหรอก ขอคืนชีวิตไป 10 ปี เหลือแค่10 ปีก็แล้วกัน'

พระเจ้าตอบตกลง
วันต่อมา พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้น และบอกว่า
'เราสร้างเจ้าขึ้น ในฐานะที่เป็นมนุษย์ หน้าที่ของเจ้าคือ กิน นอน เที่ยว เล่นสนุกสนาน
โดยไม่ต้องทำงานใดๆ เราจะให้เจ้ามีชีวิต 20 ปี'

มนุษย์ได้ฟัง ก็ต่อรองว่า 'ชีวิตที่สบายเช่นนี้ แล้วท่านจะให้เรามีชีวิตแค่ 20 ปีนะเหรอ
เอาอย่างนี้ดีกว่า เราขอชีวิตที่วัวคืนชีวิตให้ท่าน 30 ปี สุนัข 10 ปี
และลิง 10 ปี มาเป็นของเรา เพื่อให้เรามีอายุยืนถึง 70 ปี ตกลงไหม?'
พระเจ้าตอบตกลง

นั่นเป็นเหตุผลว่า...
ทำไมชีวิตของเราในช่วง 20 ปีแรกจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน กิน นอน เล่น

และไม่ต้องทำอะไรมากมาย 30 ปี ต่อมา ต้องทำงานหนักทั้งวัน เพื่อสร้างครอบครัว
10 ปี ต่อมา เกษียณอยู่ที่บ้าน เฝ้าหน้าบ้าน และตะคอกคนที่ผ่านไปมา
10 ปี ต่อมา เป็นปู่/ย่า ที่ต้องทำหน้าลิง และเล่ห์กลต่างๆ เพื่อหลอกล่อหลาน!
 

ไม่สบาย

วันนี้เป็นวันจัน  เรายังคงนอนเล่นคอมอยู่บนเตียง ไม่สบายมาหลายวันแล้วไม่มีท่าทีจะหายเลย
.
.
....
.....
.......
ว่าไปก็คิดถึง  ครั้งหนึ่งที่ไม่สบายตอนเด็กๆ อยู่ที่บ้าน  พ่อจะนอนไม่ยอมห่าง เลย  แต่ตอนนี้มาเรียนไกลบ้าน  ไม่สบายก็ต้องดูแลตัวเอง  หายากินเอง
 
จะไม่กินก็ไม่มีใคร คอยด่าคอยบังคับ อีก  ตอนนี้  ไม่ค่อยปวดหัวแล้ว อะ ก็มีแต่ไ อไอไอ เมื่อไรจะหายไอสักทีไม่รู้ ดึกๆๆไปนอนก็ไม่ไม่ได้หายใจไม่ออก
 
เหมือนมีน้ำมูก ก้อนเท่าช้างมาอยู่ที่รูจมูก  พูดแล้วก็หิวข้าวเนอะ  อิอิ  ไม่สบายทีไรหัวเหนียวทุกที หัวเหนียวอย่างนี้ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นหรอกนะ.................
 
กลิ่นแรงมากมาย  สเปสก็ทำไม่สวยได้อย่างคนอื่นเค้าสักที  เมื่อไร จะเก่งอย่างคนอื่นก็ไม่รู้ ไม่สบาย ก็เหนื่อย  สบายดีก็เหงา
 
ชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอน  เมื่อวานไปซื้อหนังสือ  ฝนก็ตก เปียกอีก  แต่ว่าสนุกดี  ได้หนังสือหลายเล่ม  แต่ยังไม่ได้อ่านเอาจริงเอาจังเลลย
 
เฮ้ย  ไม่สบายเนี่ย เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่สุด พ่อก็ไม่อยู่ข้างๆๆๆด้วยซิ   แล้วน้ำสัญญานะพ่อ  ว่าจะกินยา  นอนก่อนนะคะไม่ไหวแล้วป่วยป่วยป่วย 

ทำไงวะ

โอ้ย  ปวดหัววะ  โง่ฉิบหายเลย  กูจะเอาไอ้ตัวน่ารักๆๆ  ที่มันกระพริบใส่สเปสกูยังไงวะ 

แม่งน่ารักดีวะ  อยากได้ลงสเปสกู  แต่กูทำไม่เป็น  โอ้ยปวดหัวมากมายๆๆๆ

ใครเก่งๆๆก็เข้ามาบอกกูหน่อย  ขอบคุณล่วงหน้าเลยละกัน

คนใจบุญ  ช่วยคนโง่ๆๆหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูด้วยนะคะ

เด็กบ้านไกล

สารคาม  เรามาอยู่ที่นี้ได้เกือบเทอมแล้ว  ไม่ได้กลับบ้านเลย  ไม่ไรไม่รู้น้อยใจอะ  อัปสเปสไป ไม่มีใครเข้ามาอ่านสักที  ถ้าเข้ามาอ่านก็ต้องมีคนเม้นซินะ  แต่นี้ไม่มีเลย
โทหาแม่ตอนเช้า แม่ไม่สบายอีกแล้ว  เฮ้ย! ถ้าลูกอยู่บ้านคงได้ดูแลแม่นะ   แต่ลูกอยู่ไกลแม่  คงได้แต่โทหาฟังเสียงเท่านั้น   พูดถึง  "แม่"
อดคิดถึงไม่ได้  แม่เอาเวลาดู แลเรากับพี่และก็พ่อ  แต่ไม่ดูแลตัวเอง  แม่แม่แม่  เรียกแม่ไปตอนนี้ก็ไม่มีเสียง ดุๆ ของแม่ตอบกลับมา ว่าเรียกไซร้  (เป็นภาษาใต้นะ แปลว่า เรียกทำไม)   วันนี้ไปเรียน ตอน 4 โมงเย็น เป็นอะไรไม่รู้ แปลก ห้องเรียนที่รูปทรงเกือบสี่เหลี่อยม  เก้าอี่นั่งเต็ม  แต่เด็กไม่เต็มห้อง นั่งกระจักกระจายไม่เป็นระเบียบ ดูไม่อบอุ่นเหมือนเคย
.
.
.
...................................................เหมือนความรู้สึกเปลี่ยนไป ห้องเรียน เงิยบเหงา  เกินกว่าจะมีเสียงหัวเราะของเรา เพื่อนก็หายไป หมดความศรัธาในตัวเพื่อนหลายๆๆคน.........
           คนที่สัญญาจะดูแลเด็กบ้านไกลอย่างเรา จะไปทิ้งไปไหน แต่วันนี้ เพื่อนคนนั้นที่เราทุ่มเทเปลี่ยนไป  ไม่เหมือนเดิม  รู้สึกหมดใจยังไงก็ไม่รู้  ห้องเรียนวันนี้จึงหนาวไม่อบอุ่น     แต่เราก็หวังว่าสักวันห้องเรียน จะอุ่นอีกครั้ง  และก็ดูสบายกว่านี้  เราเดินออกมาจากห้องก่อน คนอื่น เดินออกมาพร้อมกับน้ำตา ที่ไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้
ในใจคิดแต่ว่า  กูไม่ไหว กูอยากกลับบ้าน  กูคิดถึงแม่   .............  แต่ทำไม่ได้ เพราะ อนาคต เราต้องขีดด้วยตัวเอง  และท่องคำสอนแม่เสมอ  ว่า   ทนไว้ลูก  ..............................
ลูกจะไม่แพ้อะไรทั้งสิ้น  ถ้าลูกชนะใจตัวเองได้  ...........  เรายิ้มกับรูปถ่ายแม่  พ่อ  พี่สาว  เราหน้าคอม  และก็นอนหลับไป   บนเตียงที่ผ้าห่ม ยังมีกลิ่นของแม่ไม่จาง
อ๋อ  น้องสีเทาตัวน้อยๆๆ  ที่นอนกับเราอยู่ทุกคืน  ไม่ทิ้งกัน  คราบน้ำตา กับน้ำลายมากพอๆกัน 
..............ถึงตอนนี้  ใครเข้ามาอ่าน ก็เม้นให้เด็กบ้านไกลคนนี้หน่อยแล้วกัน  จะได้ไม่เหงาขนาดนี้.....................จบ

ชีวิตกู

มีหลายคน  มองโลกได้กว้าง  และมีอีกหลายคนที่มองโลกแคบๆ 
เราคือหนึ่งในคนที่มองโลกที่แคบ ๆ  ประมาณว่า  วันนี้กูทุกข์  กูต้องทุกข์ไปอีกทุกวัน
แต่ไม่ได้นึกไปเลยว่า  พรุ่งนี้กูอาจจะสุขก็ได้  เพราะมั่วแต่นั่งคิดแต่เรื่องทุกข์ที่กำลังเจอ
ลืมไปเลยว่า พรุ่งนี้ ก็มีนิ  เราจะมั่วมานั่งคิดเรื่องเดิมๆทำไม
ทำสำคัญ  โลกแคบๆ ที่เรามอง ก็ไม่ได้มีเรายืนอมทุกข์อยู่คนเดียวนะ  หันไปมองทางไหน  ก็มีเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม  และก็ น้ำตา
 
ดังเช่น  ตัวเรา  เรามองโลกได้กว้างขึ้นหลังจาก  น้ำตาได้ไหล ลงมา จากความทุกข์ที่เก็บไว้ในใจอยู่หลายวัน  ณ ตอนนี้ เราคิดว่าเรามองโลกกว้างขึ้นแล้วนะ
เพราะความเจ็บหรือเปล่า  ที่ทำให้เรามองโลกได้กว้างขึ้น  ถ้าเป็นอย่างนั้น  เราคงต้องขอบคุณความเจ็บนะ  "ที่ไม่ปล่อยให้กูเจ็บแต่ไม่โง่"
 การมองอะไรได้กว้างขึ้น  ช่างวิเศษจริงๆ  ไม่ต้องมานั่งคิดว่า กูจะทำยังไงดี  เพราะ  คิดได้ว่า เดี๋ยวก็เช้าแล้ว  ทนซิ ทน 
และทุกอย่างก็ไปเป็นตามทางของมัน  อะไรจะเกิดก็เกิด  ห้ามไม่ได้  อยู่ที่เราว่าจะรับมือกับมันได้ดีแค่ไหน
และเราก็ทำได้  และก็เชื่อว่า  ความเจ็บ  เป็นพลังสำตัญและยิ่งใหญ่แห่งชีวิตจริงๆๆ
 
 
                     " ชีวิตเป็นของกู  ถ้ากูจะตาย  กูก็ตาย  ถ้ากูจะอยู่กูก็อยู่  แต่วันนี้  กูขอทำตามใจกูดีกว่า  "
 

มองดูฟ้า...........

                                                                                           คืนนี้ 
                                                                     รู้สึกเหมือนความเศร้าและความเหงากำลัง
                                                                     เข้ามามีอิทธิพลต่อใจเราอย่างมากมาย
                                                                      เพราะอะไรกันนะ  ที่เกิดอาการนี้ขึ้นอีกครั้ง 
                                                                      ทั้งที่มันไม่เกิดมานานมากแล้ว 
                                                                       ..............................................
                                                                      ทั้งที่  คืนนี้  ท้องฟ้าก็ยังคงสวยและมืดมิดเหมือนเดิมทุกคืน  แต่แปลกที่นั่งมองฟ้าคืนนี้เหมือนไม่คุ้นเคย
                                                                      รู้สึกกลัวฟ้าคืนนี้แบบแปลกๆ 
                                                                       เหมือนกับว่าเราไม่คุ้นเคย  เหมือนเดิม   แล้ว    การมองฟ้าค่ำคืนนี้
                                                                    ต้องมีน้ำไหลลงมาจากดวงตา  พร้อมพรั่งพรูคำพูดในใจ  
                                                                             จับใจความได้เพียงว่า  คิดถึงคิดถึง
                                                                      ทำไมเราคิดถึงเค้ามากมายอย่างนี้ 
                                                                          ทั้งที่เรื่องราวก็จบไปนาน  ทำไมต้องยังไม่ลืม  เมื่อไรจะลืม
                                                         แต่ก่อนเคยมีท้องฟ้าเป็นเพื่อน  แต่มาคืนนี้เหมือนท้องฟ้าทิ้งกัน 
                                                                      ไม่กอดคอร้องให้เป็นเพื่อนกันเหมือนวันเก่าก่อน
                                                            หรือ   
                                         ท้องฟ้าจะโกรธที่เราอ่อนแอ   ตอนนี้เราอ่อนแอจริงๆๆๆ  คิดถึงความรักของเราจัง
                                           คิดถึงจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆสักวัน
เราคงได้กลับไป  และหวังว่า  ความรักครั้งแรกของเรา  จะอยู่กับเราพร้อมกับท้องฟ้า  ดั่งเดิม
............................................................น้ำรัก  ......    เสมอนะ  ไม่มีใครรักน้ำได้เท่าและน้ำก็ไม่รักใครได้เท่าเช่นกัน................................................